แชทบอทเสริมสร้างสุขภาวะสำหรับเด็กและเยาวชน

โครงการเครื่องมือดิจิตอลสนับสนุนการทำงานเครือข่ายเด็กและเยาวชนเพื่อแก้ปัญหาสุขภาวะ มีเป้าหมายในการพัฒนาต้นแบบเครื่องมือดิจิทัลเพื่อแก้ปัญหาสุขภาวะเด็กและวัยรุ่นในสามประเด็น คือ 1) เพศวัยรุ่น 2) โรคซึมเศร้า 3) การรังแกกันของเด็ก (Bullying)

แชทบอท “ไม่ขำ”

Maikham chatbot

แชทบอท “ไม่ขำ” พัฒนาโดยสถาบันเชนจ์ฟิวชั่น ร่วมมือกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และ โครงการ Safe Internet บริษัท DTAC เป็นแชทบอทตอบโต้อัตโนมัติที่ใช้งานได้ฟรีบน Facebook Messenger มีเป้าหมายเพื่อแก้ปัญหาการกลั่นแกล้งรังแกกัน (Bullying) ของเด็กในโรงเรียน ถูกออกแบบมาให้ครูนำไปใช้เป็นเครื่องเสริมความรู้หรือประกอบการสอนในห้องเรียนได้

การเข้าใช้งาน

“ไม่ขำ” เป็นแชทบอทบน Facebook Messenger เข้าใช้งานได้โดยพิมพ์

  • m.me/maikhambot
  • หรือค้นคำว่า ไม่ขำ บน Facebook แล้วกดไลก์เพจ “ไม่ขำ” แล้วกดส่งข้อความหาเพจ
  • หรือสแกน QR Code ด้านบน

เนื้อหาและประโยชน์ที่จะได้รับ

“ไม่ขำ” มีเนื้อหาให้ความรู้เกี่ยวกับการกลั่นแกล้งรังแกกันของเด็ก โดยเน้นที่การรับมือเมื่อถูกกลั่นแกล้งในสถานการณ์ต่างๆ ดังนี้

  • การกลั่นแกล้งด้านร่างกาย เช่น ชกต่อยตบตี เอาของไปซ่อน กินสิ่งแปลกปลอม รุกล้ำของสงวน เล่นหวาดเสียว ไถเงิน ขัดขวางการเรียน ทำให้กลัว
  • การกลั่นแกล้งด้วยคำพูด เช่น ล้อชื่อพ่อแม่ ล้อฐานะ ล้อครอบครัว นินทน ตั้งฉายา ล้อรูปร่าง
  • การกลั่นแกล้งด้วยอคติ เช่น เพศที่สาม รูปร่างภายนอก เด็กแลกเปลี่ยน ฉลาดเกินไป หน้าตาดีเกินไป เด็กต่างถิ่น เด็กใหม่ แบนออกจากกลุ่ม
  • การกลั่นแกล้งในโลกไซเบอร์ เช่น ปลอมแปลงตัวตน แอบถ่าย นินทาออนไลน์ ส่งข้อความก่อกวน เผยแพร่ข้อมูลเสื่อมเสีย แอบอ้างให้ร้าย ข่มขู่คุกคาม

โดยนักเรียนสามารถเลือกขอความช่วยเหลือจากผู้อื่น เช่นพ่อแม่ ครู เพื่อน หรือหน่วยงานให้ความช่วยเหลือ หรือจะอ่านวิธีการรับมือปัญหาเหล่านี้เพื่อนำไปปฏิบัติด้วยตนเองก็ได้


ประกาศนียบัตรสำหรับนักเรียนและวุฒิบัตรสำหรับครู

“ไม่ขำ” ถูกออกแบบให้เป็นหลักสูตรเรียนรู้ขนาดสั้น โดยครูสามารถแนะนำให้นักเรียนเลือกเมนู “แบบทดสอบ” ซึ่งแชทบอทจะสร้างเรื่องราวสมมุติ ให้นักเรียนจำลองตัวเองเป็นตัวละครที่ต้องเผชิญสถานการณ์ต่างๆ ในเรื่อง แล้วเลือกว่าตนเองจะปฏิบัติอย่างไร เป็นจำนวน 10 สถานการณ์ โดยเมื่อเลือกคำตอบใด แชทบอทจะบอกว่าเป็นทางเลือกที่ถูกหรือไม่ถูก พร้อมคำอธิบาย เพื่อให้นักเรียนได้เรียนรู้ไปพร้อมๆ กับการทำแบบทดสอบ หากตอบข้อใดไม่ถูก แชทบอทจะให้ทำซ้ำข้อนั้นจนถูก จึงจะไปข้อถัดไปได้ เมื่อจบ 10 ข้อ แชทบอทจะรวมคะแนนให้

Maikham certificate engine

หากในการทำแบบทดสอบครั้งนั้น นักเรียนสามารถตอบถูกทั้ง 10 ข้อโดยไม่ต้องทำข้อใดซ้ำเลย นักเรียนจะสามารถขอรับประกาศนียบัตรดิจิทัลได้ทันที โดยกดลิงก์ที่แชทบอทสร้างให้เมื่อจบการทดสอบ แล้วกรอกข้อมูลชื่อ-นามสกุล ระดับชั้น และชื่อโรงเรียน ระบบจะออกใบประกาศนียบัตร เป็นไฟล์ภาพให้ดาวน์โหลดไปพิมพ์เองได้ทันที หรือจะบันทึกลิงก์ของประกาศนียบัตรเพื่อไปดาวน์โหลดบนเครื่องคอมพิวเตอร์ที่เชื่อมต่อกับเครื่องพิมพ์ภายหลัง ภายใน 30 วัน ก็ได้เช่นกัน

สำหรับครู โครงการยินดีออกวุฒิบัตรให้สำหรับครูที่นำ “ไม่ขำ” ไปเผยแพร่ให้นักเรียนได้ใช้งาน โดยกรุณาระบุ 1) ชื่อ-นามสกุลครู 2) ชื่อโรงเรียน 3) คำอธิบายและหลักฐานการนำแชทบอทไปใช้ในโรงเรียน เช่น “นำไปใช้ในห้องเรียน ระดับชั้น … นักเรียนประมาณ … คน โดยให้นักเรียนทำกิจกรรมดังนี้ …” พร้อมภาพกิจกรรม (เราจะไม่เผยแพร่ภาพสู่สาธารณะ และจะรักษาความเป็นส่วนตัวของเด็กโดยการเบลอหน้าทุกครั้งหากมีการเผยแพร่ที่ครูอนุญาต)

Maikham teacher certificate template

จากนั้นส่งข้อมูลดังกล่าวเป็นอีเมลมาที่คุณอรอนงค์ onanong7911 [at] gmail [dot] com เราจะตรวจสอบข้อมูลการใช้งานที่แจ้งมากับฐานข้อมูลการออกประกาศนียบัตรสำหรับนักเรียน แล้วจัดส่งวุฒิบัตรสำหรับครูให้ทางอีเมลภายใน 30 วัน


วิธีการใช้งานในห้องเรียน

คุณครูสามารถนำแชทบอท “ไม่ขำ” ไปใช้เป็นเครื่องมือให้ความรู้หรือประกอบการสอนในห้องเรียนได้หลากหลายวิธี เราแนะนำให้ครูทดลองเล่นก่อน โดยเลือกกดตามเมนูต่างๆ รวมทั้งเมนู “สำหรับครู” เพื่อศึกษาข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับการกลั่นแกล้ง จากนั้น ให้นักเรียนใช้มือถือของตนเอง สแกน QR Code พร้อมกับอธิบายวัตถุประสงค์การเรียน วิธีการใช้งาน และสิ่งที่คาดหวัง ภายในระยะเวลาที่กำหนด ตัวอย่างรูปแบบการนำไปใช้ในห้องเรียน เช่น

ตัวอย่างที่ 1: โฮมรูมตอนเช้า [10 นาที]

  • อธิบายปัญหาการกลั่นแกล้งกันในโรงเรียนว่าประเทศไทยสูงเป็นอันดับ 2 ของโลก นักเรียนหลายคนก็อาจจะเคยเจอ ซึ่งทำให้เกิดความทุกข์กายและทุกข์ใจ อยากให้หาทางป้องกันตัวเอง [3 นาที]
  • จากนั้นแนะนำแชทบอท “ไม่ขำ” ว่ามีประโยชน์สำหรับนักเรียน ไม่ว่าจะถูกแกล้ง หรืออยากช่วยเพื่อนที่ถูกแกล้ง โดยให้นักเรียนสแกน QR Code [5 นาที]
  • พร้อมกับแนะนำให้ทำ “แบบทดสอบ” เพื่อขอรับประกาศนียบัตรได้ โดยนักเรียนสามารถใช้เวลาว่างประมาณ 15-20 นาทีในวันนั้นหรือวันอื่นๆ ทำแบบทดสอบได้ตามสะดวก [2 นาที]

ตัวอย่างที่ 2: วิชาแนะแนว [45 นาที]

  • อธิบายปัญหาการกลั่นแกล้งกันในโรงเรียนว่าประเทศไทยสูงเป็นอันดับ 2 ของโลก นักเรียนหลายคนก็อาจจะเคยเจอ ซึ่งทำให้เกิดความทุกข์กายและทุกข์ใจ อยากให้หาทางป้องกันตัวเอง [5 นาที]
  • จากนั้นแนะนำแชทบอท “ไม่ขำ” ว่ามีประโยชน์สำหรับนักเรียน ไม่ว่าจะถูกแกล้ง หรืออยากช่วยเพื่อนที่ถูกแกล้ง โดยให้นักเรียนสแกน QR Code [5 นาที]
  • ให้นักเรียนเข้าไปเล่นพร้อมๆ กัน โดยแนะนำให้ใช้เวลาประมาณ 10 นาที ศึกษาวิธีการรับมือกับการกลั่นแกล้งรังแกรูปแบบต่างๆ ตามเมนูหลัก เช่น ทางร่างกาย ทางคำพูด ทางอคติ ทางออนไลน์ [10 นาที]
  • จากนั้นให้นักเรียนใช้เวลา 15 นาที ทำ “แบบทดสอบ” เพื่อขอรับประกาศนียบัตร (พิมพ์ “เริ่มใหม่” ตรงไหนก็ได้ เพื่อกลับไปหาเมนูหลักเพื่อเลือกเข้าแบบทดสอบ) [15 นาที]
  • ครูอาจใช้เวลา 10 นาทีสุดท้ายในการอภิปราย โดยให้นักเรียนเล่าว่าจากที่คุยกับแชทบอทและทำแบบทดสอบ ได้เรียนรู้อะไรบ้าง และให้นักเรียนคนอื่นแลกเปลี่ยนประสบการณ์ [10 นาที]

ตัวอย่างที่ 3: วิชาอื่นๆ ที่เน้นกิจกรรมกลุ่ม [90 นาที]

  • อธิบายปัญหาการกลั่นแกล้งกันในโรงเรียนว่าประเทศไทยสูงเป็นอันดับ 2 ของโลก นักเรียนหลายคนก็อาจจะเคยเจอ ซึ่งทำให้เกิดความทุกข์กายและทุกข์ใจ อยากให้หาทางป้องกันตัวเอง [5 นาที]
  • จากนั้นแนะนำแชทบอท “ไม่ขำ” ว่ามีประโยชน์สำหรับนักเรียน ไม่ว่าจะถูกแกล้ง หรืออยากช่วยเพื่อนที่ถูกแกล้ง โดยให้นักเรียนสแกน QR Code [5 นาที]
  • ให้นักเรียนเข้าไปเล่นพร้อมๆ กัน โดยแนะนำให้ใช้เวลาประมาณ 15 นาที ศึกษาวิธีการรับมือกับการกลั่นแกล้งรังแกรูปแบบต่างๆ ตามเมนูหลัก เช่น ทางร่างกาย ทางคำพูด ทางอคติ ทางออนไลน์ [15 นาที]
  • จากนั้นให้นักเรียนจับกลุ่ม ช่วยกันทำ “แบบทดสอบ” เพื่อขอรับประกาศนียบัตร (พิมพ์ “เริ่มใหม่” ตรงไหนก็ได้ เพื่อกลับไปหาเมนูหลักเพื่อเลือกเข้าแบบทดสอบ) โดยเมื่อกลุ่มทำสำเร็จ คือถูกครบ 10 ข้อโดยไม่ต้องทำซ้ำเลย ก็ให้สมาชิกในกลุ่มใช้มือถือตนเองทำบ้างเพื่อออกประกาศนียบัตรให้ตนเอง [20 นาที]
  • ครูอาจใช้เวลา 45 นาทีสุดท้ายในการอภิปราย โดยให้นักเรียนแต่ละกลุ่มเล่าว่าจากที่คุยกับแชทบอทและทำแบบทดสอบ ได้เรียนรู้อะไรบ้าง เห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยในวิธีการรับมือรูปแบบต่างๆ พร้อมให้เหตุผล และให้นักเรียนคนอื่นแลกเปลี่ยนประสบการณ์ [45 นาที]